Connect with us

ข่าวรายวัน

ธุรกิจ ‘ดร.จุ๋ม’ ภรรยาคนเก่งของ ‘บิ๊กแป๊ะ’

เจ้าของมหาลัยดังในกรุงเทพ ฯ
ธุรกิจครอบครัว ‘ดร.จุ๋ม’ ภรรยาคนเก่งของ ‘บิ๊กแป๊ะ’

ดร.บุษบา ชัยจินดา หรืออาจารย์จุ๋ม เธอเป็นนักบริหารการศึกษา มีดีกรีปริญญาเอก สาขา Psy.D in organization Management จาก California School of Professional Psychology สหรัฐอเมริกา

ปัจจุบันเธอเป็นรองอธิการบดีฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี กรรมการบริหารโรงเรียนในเครือมหาวิทยาลัยศรีปทุม เธอเป็นบุตรสาวคนที่ 2 ของดร.สุข พุคยาภรณ์ ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศรีปทุม

เธอมีความคิดเหนือจินตนาการ มีวิสัยทัศน์บริหารปกครอง เธอหล่อหลอมความรักให้หอมกรุ่นดุจขนมปังกำลังออกจากเตาอบอย่างไร ขอขยายวันชื่นคืนสุขเล็กๆ น้อยๆ แต่ยิ่งใหญ่ของผู้หญิงคนนี้

ย้อนหลังไปเมื่อเกือบ 100 ปี ดร.สุข พุคยาภรณ์ ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศรีปทุมถือกำเนิดเกิดขึ้นที่บ้านสวนอำเภอหนองจอกจังหวัดพระนคร ในปี พ.ศ. 2513 โดยได้รับพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ

จากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระราชทานนามพร้อมความหมายให้ว่า วิทยาลัยศรีปทุม ซึ่งแปลว่า บ่อเกิดแห่งวิชาที่เบิกบานเช่นดอกบัว วิทยาลัยของท่านพัฒนามาเป็นลำดับและได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนสถานภาพเป็นมหาวิทยาลัยเมื่อปีพ.ศ. 2530

“ชีวิตวัยเยาว์ของดิฉัน เป็นนักเรียนประจำโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ ตั้งแต่ชั้นอนุบาล จนชั้นประถมและเรียนที่เซนต์โยเซฟจนจบมัธยม ตอนนั้นคุณพ่อคุณแม่กำลังก่อร่างสร้างตัวจึงส่ง เข้าโรงเรียนประจำ คุณพ่อดิฉันได้เลิกกิจการรับเหมาก่อสร้างและหันมาให้ความสนใจกับการทำการศึกษา คุณพ่อจึงมีความรู้สึกว่าการศึกษามันกระจายไปไม่ทั่วถึง มีเยาวชนอีกมากที่ไม่มีโอกาสได้เรียน

“หลายคนเข้าใจว่า โรงเรียนช่างกลไทยสุริยะปรับสภาพเป็นมหาวิทยาลัย ความจริงไม่ใช่ ตอนช่วงที่พี่สาวดิฉันกลับจากศึกษาต่อที่สหรัฐ ช่วงนั้นคุณพ่อเริ่มสร้างมหาวิทยาลัยแล้ว แต่ตอนนั้นเป็นวิทยาลัย พี่สาวก็มาช่วยทำมหาวิทยาลัย

ส่วนโรงเรียนคุณพ่อก็ยังทำอยู่ ที่ดินอยู่ติดกัน ต่อมาโรงเรียนก็ย้ายไปอยู่ที่ย่านรามอินทรา ปัจจุบันชื่อโรงเรียนทักษิณา และเลิกสอนด้านช่าง เปิดสอนเป็นโรงเรียนพาณิชย์มีผู้หญิงเรียนเยอะ แต่ก่อนที่จะเลิก โรงเรียนไทยสุริยะก็กลับกลายเป็นโรงเรียนดีเด่น ของกระทรวงศึกษาธิการ (หัวเราะ)”

“ ดิฉันช่วยคุณพ่อคุณแม่ทำงานด้วยการรับสมัครนักเรียน เริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 12-13 เลยเป็นคนที่รู้จักคุณค่าของเงินว่ามันได้มายากอย่างไร ดิฉันมีโอกาสเรียนรู้การทำงานจากการดูคุณพ่อคุณแม่ การทำกิจการโรงเรียนไม่เหมือนกิจการอื่นๆ ทำแล้วไม่ใช่เลิกง่ายๆ มันต้องมีการสานต่อปณิธาน คุณพ่อคุณแม่จึงใช้กลยุทธ์ให้ มาเรียนรู้การทำงาน เมื่อโตขึ้นจะได้รู้ว่าการบริหารคนและการบริหารเงินมันเป็นอย่างไรโดยที่ไม่ต้องมานั่งสอน

“ตอนเรียนมัธยม ดิฉันเป็นนักกีฬาบาสเกตบอล เสาร์อาทิตย์ก็ซ้อมกีฬา ปิดเทอมไม่ได้ไปไหน ต้องนั่งรับสมัครนักเรียน เพื่อนๆไปเที่ยวต่างประเทศไปสิงคโปร์ ไปฮ่องกงกัน แต่เราต้องมานั่งรับสมัครนักเรียน สยามเซ็นเตอร์ สยามสแควร์ที่ว่าดังๆ

ปีหนึ่งจะได้ไปเที่ยวสักครั้ง มีครั้งหนึ่งขี้เกียจนั่งรับสมัครนักเรียน อยากลองเป็นแม่ค้าหาบขนม เราก็ชวนพี่สาวไปซื้อขนมมาขายให้พวกครูอาจารย์ ครูอาจารย์ก็ใจดีเหลือเกิน อุดหนุนจนหมด แต่ปรากฏว่าไม่มีใครจ่ายสตางค์เลย (หัวเราะ) เ

“ดิฉันชอบเป็นคนติดดิน ชอบลุยๆ ตอนสอบเอนทรานซ์ ดิฉันเลือกธรรมศาสตร์ ศิลปากร เกษตรศาสตร์ คิดในใจว่าถ้าสอบไม่ติดก็ไปเรียนมหาวิทยาลัยของเราก็ได้ แต่สุดท้ายก็ไปติดที่ศิลปากร คณะอักษรศาสตร์สมใจอยาก เพราะเป็นคนที่ชอบอ่าน ชอบเขียน ตอนมัธยม เคยเขียนเรื่องสั้นไปลงหนังสือขวัญเรือน หนังสือคุณหญิง ใช้นามปากกาว่า “รตี” แปลว่าความรัก เช้ยเชย(หัวเราะ) ก็ลองส่งๆ ไป เผอิญได้ลงตีพิมพ์ ก็ได้สตางค์มา ร้อยเดียวเองมั้งคะ

ต่อมาได้รู้จักกับรุ่นพี่ที่เล่นละคร เรื่อง 38 ซอย 2ฮิตมาก สมัยก่อนเป็นละครประเภทซิทคอม ดิฉันได้ไปดูเขาเล่นละคร ก็เลยลองเขียนบทละครส่งไปตอนหนึ่ง ปรากฏว่าบริษัทกันตนาเขาชอบ เขายังชวนว่าให้เขียนมาอีก ไอ้เราอยากเป็นนักเขียนแต่ขี้เกียจ ก็เลยไม่ได้เขียน

ต่อเมื่อมาเรียนที่อักษรศาสตร์มหาวิทยาลัยศิลปากร จึงรู้ว่าความจริงว่าฝีมือไม่ค่อยจะเอาไหนหรอก เพราะพอเขียนบทละครส่งอาจารย์ที่สอนละคร ท่านก็บอกว่าสไตล์ที่เธอเขียนมันเป็นนิยาย แต่พอเขียนนิยายส่งอาจารย์ที่สอนภาษาไทย ท่านก็บอกว่าสไตล์การเขียนของเธอน่าจะเป็นบทละคร ก็เลยสงสัยว่าคงไม่เก่งทั้งสองอย่างนั่นแหละ (หัวเราะ)

“ตอนเรียนหนังสือไม่ได้อยากที่จะมาเป็นอาจารย์หรือนักบริหารเลย อยากเป็นผู้กำกับการละครหรือนักเขียน เพราะได้แรงบันดาลใจมาจากการเขียนหนังสือของคุณประภัสสร เสวิกุล ในแง่ของการมองสังคม ประกอบกับได้ไปดูละครของคณะสถาปัตย์จุฬาฯเลยอยากทำละคร แต่ก็ไม่ได้ทำเพราะต้องมาทำงานให้กับที่บ้าน แต่ความจริงคนเราถ้ามีความอยากจริงๆ ก็ไม่ควรมีข้ออ้างว่าต้องทำอย่างอื่น อย่างการเป็นนักเขียน ถ้าเขียนจริงๆ จังๆ ก็เขียนได้ แต่มันขี้เกียจ (หัวเราะ)”

Loading...

More in ข่าวรายวัน

error: Content is protected !!