คอนโด ‘บุ๋ม ตรีรัก’

คอนโด ‘บุ๋ม ตรีรัก’ อดีตดารายุค 90 วัย 52 ปี หลังย้ายไปอยู่อเมริกา 20 ปี (ชมคลิปท้ายข่าว)

“บุ๋ม ตรีรัก รักการดี” ชื่อนี้สำหรับเด็กรุ่นใหม่ๆ อาจจะสงสัยว่าเธอคือใคร? แต่สำหรับคนที่มีอายุ 40 เป็นต้นไปเชื่อว่าส่วนใหญ่คงจะจดจำนักแสดง-นักร้องหญิงคนนี้ได้เป็นอย่างดี

“บุ๋ม ตรีรัก” เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงจากเวทีประกวดหนุ่มสาวแพรว ก่อนไปเป็นนักแสดงดาวรุ่งของช่อง 3

หลังจากนั้นไม่นานเจ้าตัวก็ถูกเลือกตัวให้เป็นนางเอกของช่องในละครแม่นาค “พระโขนง” และมีผลงานตามออกมาอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม หลังออกงานเพลงอัลบั้ม “Moody ตรีรัก” ในสังกัดคีตา เรคคอร์ดส กับภาพลักษณ์ของสาวเซ็กซ๊่กางเกงคืบเดียว

โดยมีเพลงท่อนฮุคคุ้นหูอย่าง “มีแฟนหรือยังจ๊ะ” จู่ๆ เจ้าตัวในวัย 30 กว่าปีก็ตัดสินใจอำลาวงการไปใช้ชีวิตที่เมืองนอกตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

นานร่วม 20 ปีวันลองมาฟังคำตอบจากเจ้าตัวว่าเพราะอะไรเธอถึงได้ตัดสินใจเช่นนั้นทั้งที่เส้นทางบันเทิงก็ยังมีทางเดินให้เธอโลดแล่นอยู่ทั้งในฐานะนางแบบ นักแสดง นางเอก หรือนักร้อง

“คือตอนนั้นรู้สึกอยากมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งเรื่องงานและเรื่องไลฟ์สไตล์ของตัวเราเอง และความฝันคืออยากบินไปเมืองนอก อยากเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลก

ก็เลยคิดว่าวงการบันเทิงมันถึงจุดอิ่มตัวของเราแล้ว อีกอย่างคืออยากเป็นสาวโสด คือตอนนั้นพี่มีแฟนอยู่แล้ว พี่รู้สึกว่าผู้หญิงวัย 30 ต้องการอะไรมากกว่านั้น พี่ต้องการอิสระ”

“พี่รู้สึกว่าตอนเด็กๆ วัยรุ่นพี่มีแฟนเร็ว แล้วพี่เป็นคนที่คบแฟนนาน 7 ปีขึ้นทุกคน พี่รู้สึกว่าพี่ขาดช่วงของการเป็นสาวโสดวัยรุ่น ทำงานตั้งแต่เด็กด้วย

แถมมีแฟนตั้งแต่เด็กด้วย พอถึงวัย 30 แล้วรู้สึกว่าฉันเบื่อ ฉันอยากอยู่คนเดียว อยากทำอะไรตามฝันของฉัน นี่ก็เลยเป็นการตัดสินใจของพี่ว่าฉันขอไปเรียนต่อ”

ไม่ลังเล ทั้งๆ ที่ภาษาอังกฤษไม่ได้เลย สอบตกได้ F ตลอด “ไม่เลยค่ะ ถ้าคนที่รู้จักพี่จริงๆ เขาจะรู้เลยว่าพี่เป็นคนที่มั่นใจในตัวเองสูงมาก

พี่เป็นคนที่กล้าตัดสินใจและมีคาแรกเตอร์เป็นของตัวเอง ซึ่งพี่แค่อยากเดินตามความฝันของพี่ ซึ่งความฝันพี่ไม่ได้เดือดร้อนใคร

แล้วพี่ก็ไม่เคยมีเรื่องกับใคร แค่พี่คิดทำในจุดที่พี่ต้องการ และพี่รู้ตัวเองอย่างหนึ่งว่าพี่เป็นผู้หญิงที่ไม่เคยท้อแท้”

“พี่เหมือนกบหูหนวกพี่ไม่เคยฟังใครที่ทำให้พี่หวั่นไหว ใครจะทักยังไงก็แล้วแต่พี่ไม่สนใจ แต่ถ้าถามว่ายากมั้ย ก็ร้องไห้ทุกวัน

สามปีพี่ไม่กลับมาเมืองไทยเลย พี่ต้องการความเข้มแข็ง ยากสิค่ะ ภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ เพื่อนก็ไม่มี เงินก็มีอยู่ก้อนเดียว เพราะฉะนั้นกลางวันเรียน กลางคืนก็ต้องทำงาน”

“แล้วงานที่ง่ายที่สุดสำหรับเด็กไทยแบบเรา ก็คืองานเด็กเสิร์ฟตามร้านอาหาร พี่ทำงานเสิร์ฟอาหารอยู่ 4 ปี จนกระทั่งมีเงินเก็บ

แล้วพี่ก็เลยไปเรียนตัดขนสุนัข คราวนี้พี่ไปใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนต่างชาติอย่างเดียวเลย เมื่อก่อนมั่นใจอยู่แล้วคราวนี้มายิ่งมั่นใจกว่าเดิม”

ชมคลิป