อาณาจักร 1000 ไร่ ‘กบ ปภัสรา’

อาณาจักร 1000 ไร่ ‘กบ ปภัสรา’
ปลูกสวนองุ่น – ทุ่งทานตะวัน และทำฟาร์มสัตว์

อดีตมิสไทยแลนด์เวิลด์ “กบ ปภัสรา เตชะไพบูลย์” นอกจากจะเป็นดาราดังแล้ว เธอยังมีไร่องุ่น “ปภัสรา” เป็นอีกกิจการซึ่งเธอบอกว่าทำจริงจัง และมีความสุขมากกับงานนี้ เพราะได้อยู่กับธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์

“ช่วงนั้น บริษัท เค.เอ.เอ็น. ทำละครให้ช่อง 3 ต้องไปถ่ายในไร่องุ่น เสียค่าเช่าพื้นที่แพงมาก แล้วเราก็มีที่อยู่ที่ อ.วังม่วง จ.สระบุรี ซึ่งคุณเอ๋ (พรเทพ เตชะไพบูลย์) เขาเลี้ยงม้าไว้ ก็เลยลงองุ่น 10 ไร่ในครั้งแรก แล้วก็สร้างบ้านไว้ พอผลผลิตองุ่นออกมาดีมาก เราก็เอาไปแจกเครือญาติ แต่ก็ยังเหลือ หล่นเต็มพื้นไปหมด ก็เลยลองเปิดให้คนเข้าไร่ฟรี” ปภัสราเล่าถึงที่มาที่ไปของไร่

ลูกค้าในช่วงแรกเป็นลูกค้าขาจรที่ขับรถผ่าน แล้วก็บอกกันปากต่อปาก หลังจากนั้นเธอก็ได้นำผลผลิตไปออกบูธในงานของรายการบ้านเลขที่ 5 ทำให้คนรู้จักองุ่นปภัสราจากนั้นเป็นต้นมา

ปภัสราเล่าต่อว่า พอคนรู้จักมากขึ้น องุ่นที่มีอยู่ก็ไม่พอขาย จึงต้องปลูกเพิ่มอีก 10 ไร่ และเมื่อย่างเข้าปีที่ 2 ก็เริ่มทำร้านอาหาร แปรรูปองุ่นสดมาทำน้ำองุ่น ทำพาย และปลูกองุ่นเพิ่มอีก 10 ไร่ เพื่อที่ผลผลิตจะได้หมุนเวียนได้ครบปีพอดี

“เริ่มแรกก็ส่งลูกน้องไปเรียนทำพาย เราก็เรียนด้วย กว่าจะเป็นก็เหนื่อย ต้องนั่งอยู่ในห้องอบทั้งวัน ต้องคำนวนหมด ว่าองุ่น 100 กก. ได้น้ำกี่ขวด แป้ง 1 กก. ทำพายได้กี่ตัว ใช้ไส้องุ่นกี่ กก. จนในที่สุดสรุปได้ว่าใช้แป้ง 1 กก. ได้พาย 60 ชิ้น ต่อไส้ 1.8 กก. ก็นั่งอบกัน 40 นาที กว่าจะได้พายสักถาด”

จากเดิมที่ใช้มือคนรีดแป้งพาย เมื่อขายดีมาก จนทำไม่ทัน จึงต้องมีเครื่องรีดช่วย แต่ก็ช่วยได้ไม่มาก เพราะหลักต้องใช้แรงงานคน “พายชิ้นละ 10 บาท เวลาออกบูธจะขายได้ 3-4 พันชิ้น แล้วเร็วมาก แต่บุคลากรเราไม่พอ ทำไม่ไหว สงสารเด็ก ก็เลยต้องพอแค่นี้ ไม่เพิ่มปริมาณ แต่เน้นคุณภาพ”

ด้านการตลาด ปภัสราบอกว่าเธอไม่เคยวางแผนไว้ แต่พอเริ่มขายได้มากขึ้น ก็เริ่มเรียนรู้การตลาด โดยไม่ได้วางว่าจะตีตลาดระดับไหนเป็นพิเศษ ปภัสราใช้เงินทุนเริ่มต้นเกือบ 3 ล้านบาท ในปีแรก 3 ปีที่ผ่านมา อาจจะไม่ได้คืนเท่ากับที่ลงทุนไป แต่ก็ถือว่าเติบโตเร็วมาก เข้าสู่ปีที่ 4 ที่ไร่ก็มีเงินหมุนเวียน โดยที่ไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มอีก

“กบจ่ายค่าคนงาน 50 กว่าคน เดือนนึงก็ประมาณ 3 แสน 7 หมื่นบาท รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ก็จ่ายประมาณ 5 แสนบาท เขาก็หมุนเวียน บริหารของเขาเองได้ บางเดือนก็เหลือบ้าง แต่ก็ไม่มากมาย”

มีหลายคนคิดว่าไร่องุ่นนี้แค่เอาชื่อปภัสราไปขาย และหลายคนที่ลองภูมิความรู้เธอเรื่ององุ่น เธอจึงเล่าให้ฟังถึงขั้นตอนการเก็บองุ่นให้หวานอร่อยว่า

“จากองุ่นสด เราจะคัดลูกที่ไม่สวยไปทำน้ำ ทำพาย ลูกสวยเราก็คัดไว้เป็นองุ่นสด ซึ่งหลังจากครบกำหนด 120 วันตัดได้ ก็เอาเข้าแช่ในตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อให้องุ่นลืมต้นสักคืนหรือสองคืน ยิ่งแช่นานก็ยิ่งหวาน แต่ถ้าโดนฝนมากก็จะอมเปรี้ยว เราก็บอกลูกค้าตรงๆ ถ้าชอบรสนี้ก็ซื้อไป แต่ถ้าอยากกินหวานก็แช่เย็นไว้หนึ่งอาทิตย์ เราไม่อยากหลอกขาย เพราะไม่นานเขาก็จะรู้ว่าคุณภาพเราไม่ดี เราจึงเน้นคุณภาพ เน้นความสะอาด ปลอดสารเคมี”

“ตอนนี้ผลผลิตจากไร่นอกจากองุ่นสด ก็มีพาย น้ำองุ่น คุกกี้ แยม ลูกเกด แต่ถ้าช่วงไหนขายดีมาก แยมกับลูกเกดก็จะไม่มี เพราะไม่มีเวลาทำ”

นอกจากบูธประจำที่กรมส่งเสริมการส่งออกแล้ว ขณะนี้เธอก็กำลังมองหาทำเลที่ตั้งร้านในกรุงเทพฯ เพื่อให้ลูกค้าหาซื้อได้ในวันธรรมดา แต่ในความคิดปภัสรา ก็อยากให้ลูกค้าขับรถไปซื้อที่ไร่ เพราะจะสดอร่อยและได้บรรยากาศมากกว่า

“ที่ไร่เข้าฟรี ไม่มีที่พัก แต่มีที่ให้กางเต็นท์ มีห้องน้ำให้ใช้ฟรี มีฟาร์มม้า ฟาร์มนกกระจอกเทศ มีร้านอาหาร ไร่องุ่น ช่วงสิ้นปีก็มีไร่ทานตะวันที่กำลังบานด้วย”

โดยตอนนี้มีโครงการทำที่พักเป็นโรงนอน มีโรงอาหารให้ผู้เข้าพักได้ทำครัวเอง ซึ่งอยู่ระหว่างการออกแบบ แต่ไม่คิดทำที่พักแบบรีสอร์ท เพราะต้องปรับพื้นที่ ทำให้เสียทิวทัศน์หลายจุด

“เมื่อก่อนคุณเอ๋มีแผนทำสนามกอล์ฟ สโมสร สระว่ายน้ำ กบก็บอกว่าถ้าทำขนาดนั้นก็เหมือนในกรุงเทพฯ แล้วล่ะ บรรยากาศที่เราอยากได้มันก็ไม่ใช่แล้ว”

แม้ธุรกิจจะเติบโตอย่างรวดเร็ว และเป็นที่รู้จักในเมืองไทยพอสมควรแล้ว แต่ปภัสราก็ไม่คิดจะทำธุรกิจให้ใหญ่โตถึงขั้นส่งออก “กบพอใจกับตรงนี้ ได้การตอบรับที่ดี ลูกค้าเยอะขึ้น ปีนึงเติบโตสัก 10 เปอร์เซ็นต์ กบก็มีความสุขแล้ว ไม่จำเป็นต้องมากมายขนาดนี้ จะขยับขยายจริงๆ น่าจะเป็นเรื่องการปลูกองุ่นเพิ่มมากกว่า”

“กบมีความสุขมากๆ เราสามคนพ่อ แม่ ลูก ชอบธรรมชาติเหมือนกัน เรารู้สึกว่าสังคมในกรุงเทพฯ อากาศก็ไม่บริสุทธิ์ ย่างก้าวออกจากบ้านก็ต้องระวังตัว แต่เวลาไปอยู่ที่ไร่ เราตื่นขึ้นมาเวลาเดียวกับกรุงเทพฯ แต่ความรู้สึกแตกต่างกันมาก เราได้อากาศบริสุทธิ์ เห็นต้นไม้ เห็นน้ำค้าง ก้าวออกจากบ้าน ก็ไม่มีภัยที่เกิดขึ้นจากมนุษย์ด้วยกันเอง”

Loading...